เธอชนะแล้วทิฟฟานี่
————- เธอชนะแล้วทิฟฟานี่——————–
.
อย่าทำให้ความมั่นใจที่ฉันเคยมี
ความเด็ดเดี่ยวที่ฉันเคยทำ
แปรเปลี่ยนเป็นความหวั่นไหว
.
ผู้หญิงที่กำลังยืนทำหน้าเศร้า แววตาตัดพ้อ อยู่ตรงหน้า
กำลังจะทำให้ใจฉันอ่อน แล้วมันส่งผลกระทบต่อการกระทำ
ทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งๆที่ซอฮยอนคิดจะทิ้งตัวลงนั่ง
บนโซฟาตัวนุ่มตามเดิมหลังจากที่บอกให้ลูกน้องไปส่ง
ทิฟฟานี่กลับบ้าน แต่ดูแล้วมันคงไม่เป็นเช่นนั้น
“นู๋หมีไม่กลัวหรอก…ถึงซอจะคุ้มครองนู๋หมีไม่ได้…ก็ไม่กลัว”
แสดงว่าที่ฉันบอก….เธอไม่ได้เข้าใจมันเลย
ที่ฉันบอกเธอว่าฉันคุ้มครองเธอจากตัวเองและคนที่เลี้ยงฉันมาจนโต
ไม่ได้… ไม่ใช่จะบอกเพราะเธอกลัวแต่ที่บอกเพราะฉันเองต่างหาก
ที่กำลังกลัวขึ้นทุกที กลัวความหวั่นไหวของตัวเองจะทำให้ทุกอย่างเลวร้าย
กลัวความใจอ่อนจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดให้กับเธอในภายหน้า
“นะ…ให้นู๋หมีค้างที่นี่นะ…ซอนะ”
มือบางที่กำลังกระตุกแขนเรียวเบาๆตามหลังคำว่านะที่พูดออกมา
หน้าหวานที่ส่งยิ้มออดอ้อนมาให้ ซอฮยอนอยากจะใจแข็ง
แข็งเพื่อความปลอดภัย เพื่อการหักห้ามและตัดใจของคนตรงหน้า
แต่…
….เธอชนะแล้วทิฟฟานี่
ชนะ….
….คนที่มันกำลังมองเธอด้วยสายตาห่วงใย
“ตกลง”
“รักซอจังเลย…..ว่าแล้วว่าซอต้องไม่ใจร้ายให้นู๋หมีกลับไปนอนบ้านคนเดียว”
“แต่ห้ามนอนดิ้นนะ”
ใบหน้าหวานที่รอยยิ้มระบายเต็มใบหน้า
ย่นจมูกนิดหนึ่งเมื่อได้ยินคำบอก
“ซอนั้นแหละที่นอนดิ้น…..ตัวทับนู๋หมีตั้งหลายครั้ง”
“แบบนั้นเขาไม่เรียกว่านอนดิ้น…..-*-”
ใบหน้าที่โน้มลงมาใกล้ เสียงกระชิบข้างหู สายตาเจ้าเล่ห์
ของคนที่ทิ้งตัวลงนั่ง มันทำให้ทิฟฟานี่รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
อย่างน้อยก็ดีกว่าการที่โดนไล่ โดนทำตัวเย็นชา สายตาว่างเปล่าใส่
“ไหนดูซิ…ว้า…แก้มไม่น่าหอมแหละ…ช้ำเชียว”
มือที่เอื้อมมาดึงให้นั่งลงบนตัก พร้อมทั้งคำพูดหยอกเย้า
มันทำให้ทิฟฟานี่รู้ว่าเจ้าของห้องอารมณ์ดีพอจะพูดเล่นด้วยได้แล้ว
“ก็ใครละที่เป็นคนทำ…”
“….อืมใครกันนะ”
ใบหน้าที่เลื่อนมาพิจารณารอยซ้ำใกล้ๆ หน้าตาไม่รู้ไม่ชี้นั้น
ทำให้ทิฟฟานี่รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ก็คน..คนนี้ไง”
นิ้วยาวจิ้มลงไปบนอกซ้ายของซอฮยอนซ้ำๆ
เจ้าเล่ห์ ทำเป็นหน้าใสซื่อ ทีตอนนั้นทำให้นู๋หมีกลัวแทบตาย
กลัวจนแทบไม่รู้ว่าเดินออกมาจากตรงนั้นได้ยังไง
มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกยุนอาจับแขน
“อะไร??…นี่ซอใจร้ายขนาดนั้นเชียว”
“ใช่…….ใจร้าย”
ถึงคำตอบจะดูแรงและโกรธแต่แววตากลับฉายแววความสุข
ปรากฏชัดออกมาเมื่อยามที่ดวงตากลมโตสบตากับดวงตาคม
“แบบนี้ก็ต้องไถ่โทษอีกซิ…คราวนี้ฟานี่จะเอาอะไรนะ…
นิทานเหมือนเดิมหรือว่าเป็นอะไร….??”
คนบนตักส่ายหัวจนผมปลิวสยายเมื่อไม่พอใจกับสิ่งที่ถูกเสนอ
เพื่อเป็นการไถ่โทษ ก็คนมันไม่อยากจะฟังแล้วนิ…นิทาน
“ซอ…นั่งเฉยๆนิ่งๆ… ซัก 5 นาทีได้ไหม”
ถึงจะแปลกใจในคำขอและการไถ่โทษที่แค่ให้นั่งเฉยๆ
มันจะดูประหลาดแต่ในเมื่อคนในอ้อมกอดขอด้วย
น้ำเสียงและแววตาจริงจังซอฮยอนก็ต้องทำตาม
ร่างสูงที่พยักหน้าพร้อมคำตอบรับ
“…..ได้……..”
เอวบางที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระเมื่อมือเรียวทิ้งลงแนบไว้ข้างลำตัว
มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ซอฮยอนยังคงใช้มันจ้องใบหน้าหวาน
ที่อยู่ใกล้ๆในระดับสายตา สายตาที่แปลกใจ อยากรู้ฉายชัดออกมา
ทิฟฟานี่มองใบหน้าคมสวย เยาว์วัย ที่มีผมดำเงาทิ้งตัวลงแนบใบหน้า
ปอยผมที่เริ่มปะตามหน้าผาก แก้มใสที่ยังมีรอยแดงให้เห็นจางๆ
ริมฝีปากสีชมพูเรียวเล็ก ร่างกายที่ดูสูงใหญ่เกินเด็กอายุรุ่นเดียวกัน
ทำให้เวลาเดินไปทางไหนจะเป็นจุดเด่น เป้าสายตาให้คนอื่นมอง
ทั้งความเด่นของร่างกายและความสวยของใบหน้า
.
รักขนาดไหนน่ะ………….ยังอดตกใจไม่ได้….
ไม่นึกว่าตัวเองจะรักเด็กคนนี้มากมายขนาดนี้
วันที่ได้รู้ว่าเธอจะไม่อยู่ด้วยกัน..วันนั้นฉันถึงได้รู้
.
“ถ้าซออยู่บ้านนู๋หมีไม่ได้…ขอมาอยู่ที่นี่นะ…
นู๋หมีนอนไม่หลับ…มันข่มตาไม่ลงถ้าไม่ได้เห็นซออยู่ข้างๆ”
5 นาทีที่ห้ามขยับ ห้ามทำอะไรนอกจากนั่งนิ่งๆ
แต่นี่มันพึ่งผ่านมาไม่ถึงนาที ใจมันก็ประท้วง
กับไอ้การที่ได้แค่นั่งจ้องมอง
“นู๋หมีรักซอนะ…รักมากจริงๆ…รักจนไม่รู้จะทำยังไง”
เรารักกัน …………ใช่ไหม
ริมฝีปากเย็นเฉียบทาบทับลงบนปากนุ่มอย่างแผ่วเบา
ลิ้นเล็กเล็มเลียด้วยความลุ่มหลง มือบางที่เลื่อนขึ้นโอบรอบคอ
จูบที่อ่อนหวานกำลังดำเนินไปด้วยความรัก
นี่เป็นครั้งแรกที่ทิฟฟานี่ทำอะไรแบบนี้ เป็นครั้งที่แรกที่เธอจูบซอฮยอนก่อน
โดยที่อีกฝ่ายแค่นั่งเฉยๆ เพราะซอฮยอนเป็นคนที่รักษาสัญญา
ร่างเพรียวที่เธอกำลังจูบเป็นคนที่พูดคำไหนแล้วต้องทำให้ได้
แม้ทิฟฟานี่เริ่มรู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลังสั่นด้วยความอดกลั้นก็ตามที
3 นาทีที่ผ่านไปด้วยความยากลำบากมันทำให้ซอฮยอน
หมดความอดทน นั้นเป็นเพราะแอลกอฮอลที่ดื่มเข้าไป
หรือว่าร่างกายที่ทนไม่ไหวกับการกระทำของคนบนตัก
หรือว่า…..อะไรก็ช่างหัวมันเถอะ…..รู้แค่ว่าทนไม่ไหวแล้ว
แรงมือที่ดึงเอวบางให้ขยับเข้ามาหา ริมฝีปากอุ่นที่จูบตอบ
ทำให้ทิฟฟานี่รู้ว่าคนอย่างซอฮยอนก็ผิดคำพูดเป็นถ้าทนไม่ไหว
สองมือที่โอบรอบคอกระชับแน่นขึ้นอีก เบียดบดเข้าหาอย่างเคลิบเคลิ้ม
นิ้วเรียวยาวที่กดทิ้งน้ำหนักลงบนเอวกระตุนให้จูบยิ่งดำเนินไปอย่างรุ่มร้อน
ปลายลิ้นที่พันเกี่ยวกันอยู่นั้นตวัดเข้าหากับอย่างไม่รู้จักพอ …………
.
ถ้าพระเจ้าทรงอยากจะให้ลูกมีความรัก
โดยได้ประธานผู้หญิงคนที่อยู่ตรงหน้ามา
แล้วทำไมพระองค์ถึงได้ประธานคำสั่ง
ที่ลูกไม่มีทางขัดได้…มาให้ด้วยเสมอ
หรือนั้นเป็นเพียงเพราะพระองค์ต้องการกลั้นแกล้งคนบาป
.
.
“ที่เจสสอนไปยูได้อะไรบ้างไหม”
“ได้”
คำตอบที่หนักแน่นและมั่นใจทำให้เจสสิก้ายิ้มออกมา
อย่างน้อยก็ไม่เสียแรงเปล่าที่นั่งติวให้ยูริมาเกือบสองชั่วโมง
ถึงแม้ว่าจะเห็นแค่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามจะนั่งยิ้มมองหน้าเธอ
อย่างเดียวก็ตามที ตอบแบบนี้แสดงว่าคงจะมีซึมเข้าสมองบ้างแหละ
“แล้วได้อะไร”
“ได้ Love Jess”
คำตอบเกือบทำให้คนที่นั่งเท้าคางอยู่หัวฟาดกับโต๊ะตัวเตี้ยๆที่ใช้นั่งติวนั่งสือ
นั้นว่าแหละ ไม่น่าไปคิดเลยว่าหน้าตาแบบนี้จะเอาจริงเอาจังกับใครเขา
“แล้วได้อะไรอีกบ้างไหม”
“Fall in love Jess”
พอแล้วละ หยุดถาม เหนื่อยเปล่า เสียเวลาไปสองชั่วโมง
ยังดีกว่าเสียเพิ่มมาอีกชั่วโมงกับการซักไซ้ ไล่เลียง
คนเราตอนเด็กเป็นยังไงผ่านมาสามสี่ปีก็ยังไม่เปลี่ยน
เจสสิก้ามั่นใจว่าทฤษฏีที่บอกว่าคนเรายิ่งโต
จะยิ่งมีความคิดเป็นผู้ใหญ่นั้นมันผิด
ผิดมากยิ่งจะเอามาใช้กับคนที่ชื่อควอนยูริยิ่งผิดใหญ่เลย
“เจสไม่ถามยูแล้วเหรอ…”
ใครมันจะกล้าถามเธอดูทำหน้าเขาซิ~~~~~~==*
ลอยเด่นเป็นสง่า เห็นเต็มลูกตามาแต่ไกลเชียว
ไอ้ความเจ้าชู้ กะล่อนน่ะ ลดๆลงบ้างก็ได้
สายตาแพรวพราวเวลาจ้องมองน่ะเดี่ยวฉันก็กลัว
.
จริงเหรอ………………
.
……………………….จริง
“ติวก็เสร็จแล้ว..ถามก็ไม่ถามแล้ว…
ถ้างั้น…..ถ้างั้น…..”
“ถะ…ถ้างั้นอะไร???”
เสียงตะกุกตะกักเมื่อยามโดนมือยาวจับลงบนมือเรียว
แต่แค่จับเฉยๆเจสสิก้าจะไม่หวั่นไหวและเกิดอาการ
เสียงสั่นแบบนี้หรอกนะ ถ้ามือเรียวนั้นจะไม่ลูบไล่
ไปตามแขนบางขึ้นไปเรื่อย ขาที่นั่งบนพื้นก็เริ่ม
จะเขย่งปลายเท้าลุกขึ้น พร้อมกับหน้าที่เริ่ม
จะชะโงกข้ามโต๊ะเข้ามาหา
“ถ้างั้นเราจะทำอะไรต่อละ”
“นะ…น่ะ นอน…นอนไง”
“อืมนอนก็จริงน่ะ…นอนบนเตียงกัน”
ว้ายยยยไม่ได้คิดเลยว่านอนมันต้องขึ้นเตียง … นี่ขนาดนั่งอยู่พื้น
มือยังไต่เป็นปลามึกเลย ถ้าบนเตียงจากลิงจะไม่กลายเป็นงู
หลามเวลารัดเหยื่อเหรอ…โอ้ยยยคิดแล้วหายใจไม่ออก
“ไปเจสเราไปบนเตียงกัน…!!!”
แขนขามันรู้สึกจะอ่อนแรงซะรื้อๆ เมื่อเจอคำชวน
พร้อมกับหน้าตาละห้อยแบบนั้น
“เจสสงสัยจะติวจนเหนื่อยให้ยูอุ้มขึ้นเตียงเลยแล้วกันนะ”
อิอิ เสร็จลิงละ หน้าขาวๆเสียงสั่นๆ แบบนี้แสดงว่าอยู่ใน
ช่วงตะลึงหรือว่ากำลังตัดสินใจ ยังไงก็ไม่ทันแล้วละ
เพราะโดนอุ้มตัวลอยจากพื้นแล้ว
เดี่ยว นี่ทำอะไร…ฉันกำลังจะโดนอุ้มฆ่าใช่ไหมค่ะ
ไม่ใช่…นั้นเขาเรียกว่าอุ้มไปกิน ไม่ใช่อุ้มไปฆ่า
อ๋อ… อุ้มไปกินเข้าใจแหละ ว้ายยยยย
“ปล่อยเจสเดี่ยวนี่นะ”
นั้นพึ่งจะเริ่มรู้สึกตัวเมื่อขายาวๆของมันก้าวขึ้นเตียง
“ปล่อยแหละ…นอนกัน”
โห นอนอะไรของมัน ทิ้งตัวลงมาทับกันแบบนี้มันเรียกว่านอนรึยังไง
แล้วหน้าคมที่มันใช้แนบลงมาหานั้นอีก
“อื้อ…!”
ร้องไปอย่างนั้นแหละเพราะริมฝีปากถูกปากบางๆมันดูดก็เลยต้องร้อง
แกร๊กก!!!
แอ๊ดดด!!!
ปัง!!!
“ไหนบอกว่าติว…แล้วทำไมไปนอนทับกันบนเตียง -*-”
โหยยยยย……….คริสตัลลลลลอีกแล้ว…………
จะมาทำไมละค่ะน้องแฟนที่รักของยูริ
จะมาทำไม…ดึกแล้วทำไมไม่นอน
“ไม่ต้องมองหน้าแบบนั้น…เขาจะมานอนด้วย”
จะไม่ให้มองได้ไงน้องค่ะ ก็น้องเล่นออกมาขัดจังหวะทุกทีเลย
พี่ยูกำลังปั่นอารมณ์ของพี่สาวนู๋อยู่พอดี เกือบจะได้แล้วเชียว
ไม่น่าเลย ไม่น่าลืมล็อคประตูเลย ความผิดของยูเอง
ที่เดินตามหลังเจสเข้ามาในห้องโดยไม่ได้ล็อคประตู
“แล้วห้องน้องคริสตัลมันไม่น่านอนเหรอค่ะ”
เมื่อเห็นเจ้าของห้อง…นอนมองหน้าน้องนิ่งเฉย
แขกที่ดี มีมารยาทอย่างยูริจึงต้องรีบบอกปัด
และหาถ้อยคำนุ่มนวลมาไล่…ให้รีบๆไปซะที
“ทำไมทีคนอื่นยังนอนได้เลย…แล้วน้องทำไมจะนอนไม่ได้”
อู๊ยยย.. มันเสียด จี๊ดดดด!!!! ขอร้องเถอะคริสตัลผู้น่ารัก
และสวยงามเหมือนพี่สาว อย่าเรียกพี่ยูริคนนี้ว่าคนอื่นได้ไหม
รู้อะไรรึเปล่า…ว่าถ้าคริสตัลไม่เข้ามาอีกชั่วโมงพี่ยูริคนนี้
จะกลายเป็นพี่เขยอันแสนสะดิ้งของคริสตัลไปแล้วนะเนีย
.
โถ่ช่างไม่เห็นใจพี่เขยคนนี้บ้างเลย
“นู๋จะนอนกลาง”
“อย่างนั้นเลยเหรอ”
>[]< ว้ายคริสตัลจะนอนกลางก็แสดงว่าดิ้นไปทางไหนก็เจอแต่คริสตัลนะสิ
“ไม่ได้…เดี่ยวพี่นอนตรงกลาง..ไม่ไว้ใจใครบางคน”
หันสายตาไปดุน้องที..หันมาดุคนที่นั่งทำหน้าระลี้ระริกข้างๆที
อย่านึกว่าไม่รู้นะยูริว่าหน้าตาแบบนั้นคิดอะไร..
ใครจะไว้ใจให้นอนใกล้น้องสาวขนาดกับฉัน
นิ่ง และดุแบบนี้เธอยังนัวเนียคลอเคลียไม่ห่าง
แล้วกับน้องฉันอย่าฝัน T-T’
“ก็ไม่ได้คิดอะไรแค่อุทานเฉยๆ”
“ดีแล้วที่ไม่ได้คิด”
ใบหน้าคมที่แนบลงมาถูไถกับต้นแขนขาวของเจสสิก้า
อย่างประจบประแจงเพราะเห็นคริสตัลทิ้งตัวลงนอน
พร้อมกับกอดตุ๊กตาโดยไม่ได้สนใจคนสองคนที่กำลังนั่งอยู่
“แล้วทำไมไม่นอน…นั่งทำอะไรกันมันดึกแล้วนะ”
เหมาะเป็นน้องเจสมากแค่เสียงบอกยังออกแนวตวาดขนาดนั้น
แล้วถ้าโมโหจะไม่โดดกัดคอคนข้างๆเลยรึไง
อย่านะ… อย่าได้มากัดคอขาวๆของที่รักยูนะ
คอนี้มีไว้สำหรับจมูกโด่งๆ ดั้งคมๆ หน้าหล่อๆ
อย่างฉันฝังลงไปเท่านั้น ถึงเป็นน้องก็ห้ามแตะ
แว๊กกกก!!! ยังพูดไม่ทันขาดคำแขน แขน คอ คอ
“เป็นอะไรนะเราวันนี้เกิดเป็นโรครักพี่ขึ้นมารึไง”
“ก็เราสองคนไม่ได้นอนกอดกันนานแล้วนะ
พี่เจสนะ…กอดกันแบบนี้แล้วอุ่นดีจัง”
นี่อะไรกัน…น้องซบ พี่ซุก…ช่างดูอบอุ่น
แล้วแฟนกับพี่เขยคนนี้จะไปอยู่ตรงไหน
ไม่..ไม่..มันต้องไม่เป็นแบบนี้ซิ
ไม่ใช่นะ..แผนการณ์ฉันไม่ได้สร้างขึ้นมา
เพื่อก่อสายสัมพันธุ์ระหว่างพี่กับน้องนะ
ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อจะเป็นพี่เขยของเธอหากคริสตัล
เอาแขนกับหน้าออกไปจากตัวเจสของยูเดี่ยวนี่
พลั๊ก!!
“นี่พี่ยูริมาปัดแขนฉันทำไม”
“พี่ไม่ได้ปัด…”
“ถ้าพี่ไม่ได้ทำแล้วใครทำ”
“คงจะเป็นผีที่ไม่เห็นด้วยกับการที่เธอนอนกอดเจสละมั้ง”
“ผะ..ผะ..ผีเหรอ ว้ายยยพี่เจส..นู๋กลัว”
อ้าวซวยไปกันใหญ่ ดันกลัวแล้วยิ่งกอดแน่นไปกว่าเดิม
“อือ..ไม่กลัวนะพี่อยู่ข้างๆ…พี่ยูริเขาล้อเล่นเฉยๆ
ใช่ไหมยูริ…นอนนะนอน”
“ฮึ่ม!!”
ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะเจส ผีสางเทวดา นางฟ้าซาตาน
เขาไม่เห็นด้วยกับการที่เธอไปกอดน้องสาวแบบนั้นจริงๆ
แต่ถ้าหันมากอดกับฉันเทวดาจะร้องเพลงอวยพรเป็นการพลักแทน
ถ้าไม่เชื่อลองทำดูสิ สรุปว่าอด อดอีกแล้ว อดประจำ อดจนจะแห้งตาย
อดจนจะเป็นโรคแห้วลงหัวใจ ลามไปตับไตไส้พุง ต่อไปถ้าใคร
อยากทานผลไม้บอกนะ จะแหวกหัวใจแล้วหยิบแห้วออกมาให้
—————————————————————————
About this entry
You’re currently reading “เธอชนะแล้วทิฟฟานี่,” an entry on Fanyfan's Weblog
- Published:
- October 5, 2008 / 3:35 pm
- Category:
- Uncategorized
- Tags:
No comments yet
Jump to comment form | comment rss [?] | trackback uri [?]